คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง ?

<< < (6/11) > >>

FishAndChips:
จะจ่ายแพงๆ ซื้อ นมแคลเซียมสูง ไปเพื่ออะไร !!

"นมแคลเซียมสูง" กำลังเป็นที่นิยมมาก โดยเฉพาะในวัยผู้สูงอายุและมีราคาแพงกว่า "นมแบบปกติ" จึงเป็นที่มาของคำถามว่าเรา
จำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อซื้อ "นมแคลเซียมสูง" จริงหรือ? พบ "ความจริง" ของการตลาด "นมแคลเซียมสูง" ได้ที่นี่

          นมวัวเป็นแหล่งแคลเซียมที่สำคัญ เพราะในนมสด 1 แก้ว (200 มิลลิลิตร) จะมีแคลเซียม 240 มิลลิกรัม ซึ่งนับว่าเป็น
สัดส่วนที่สูง จึงมีคำถามที่ควรหาคำตอบว่า ...เหตุใดยังต้องมีนมแคลเซียมสูงออกมาวางขายอีก ?!?

          ในปัจจุบันจะสังเกตได้ว่า บรรจุภัณฑ์ของนมแคลเซียมสูงมีลักษณะดึงดูดผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า
การสื่อสารประชาสัมพันธ์ได้ผลดี แม้แต่นมถั่วเหลือง ที่ถูกโจมตีว่าแคลเซียมต่ำ ก็หันมาเติมแคลเซียมเพื่อลดจุดอ่อนของผลิตภัณฑ์
เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันในตลาด ตอนนี้จึงกลายเป็นว่าเอะอะอะไร ก็ต้อง "แคลเซียมสูง" ไว้ก่อน แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจจริงๆ
ว่า การที่นมมีแคลเซียมสูงนั้น ไม่สำคัญเท่ากับการที่ "ร่างกายดูดซึมนำไปใช้ประโยชน์"

แคลเซียมสูง...ไม่สำคัญเท่าการดูดซึม

          จากการสอบถาม ผศ.ดร.สมศรี เจริญเกียรติกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ทราบว่า
การดื่มนมหรือนมถั่วเหลืองแคลเซียมสูงไม่มีดีไปกว่าการดื่มนมธรรมดา เพราะแม้นมจะมีปริมาณแคลเซียมสูงกว่าจริง แต่ร่างกายของเรา
จะไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้ทั้งหมด สืบเนื่องจากกระบวนการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย ซึ่งหากบริโภคแคลเซียมปริมาณมาก
ในครั้งเดียว ร่างกายจะดูดซึมน้อย แต่หากทยอยบริโภคทีละนิด ร่างกายจะดูดซึมได้มากขึ้น

          นอกจากนี้ กระบวนการดูดซึมแคลเซียมยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น การดื่มนมขณะท้องว่าง ซึ่งร่างกายจะดูดนำไปใช้ได้
น้อยกว่าตอนที่ท้องไม่ว่าง รวมทั้งแคลเซียมไม่ได้มีแค่ในนมเท่านั้น อาหารประเภทอื่นๆ ก็มีแคลเซียมเช่นกัน เช่น เต้าหู้แข็ง ถั่ว งา ปลา-
เล็กปลาน้อย ปลากรอบ ปลาป่น กะปิด กุ้งแห้ง ผักคะน้า และผักกวางตุ้

ความจริงเกี่ยวกับ "แคลเซียม" และความคลุมเครือในโฆษณา

          - การระบุแคลเซียม-10 ที่มีขนาดเล็กกว่าแคลเซียมธรรมดา 10 เท่า ซึ่งเรามักเข้าใจว่าจะสามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้ดีกว่า
นั้น ความจริงแล้ว การดูดซึมของร่างกายจะเป็นไปตามกระบวนการที่ระบุไว้ข้างต้น นอกจากนี้ ความจริงแล้วขนาดของแคลเซียมมีเพียง
ขนาดเดียวเท่านั้น!!

          - การที่ระบุว่า การบริโภคนมแคลเซียมสูงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ แต่ต้องบริโภค "วิตามิน เค" ให้สูงตามไปด้วย โดยอ้างว่า
วิตามิน เค อาจมีส่วนช่วยในการป้องกันการสลายตัวของแคลเซียมนั้น ความจริงแล้วร่างกายเราสามารถผลิตวิตามิน เค ได้เอง โดยไม่
จำเป็นต้องบริโภคจากภายนอก

          - การที่ระบุว่า นมแคลเซียม 1 กล่องมีปริมาณแคลเซียมสูงกว่าปกติ 4 เท่านั้น เป็นความจริง แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะ
ประเด็ญสำคัญคือเรื่องการดูดซึมเข้าร่างกาย

          - การที่ระบุว่า มีการผสม "โอลิโก ฟรุกโตส" ในนมแคลเซียมสูง โดย อ้างว่า"โอลิโก ฟรุกโตส"อาจช่วยเรื่องการดูดซึม
แคลเซียมนั้น ความจริงจากการวิจัยพบว่าเรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจน และจำเป็นต้องได้รับการวิจัยต่อไปอีกมาก

ที่มา นิตยสาร ฉลาดซื้อ ฉบับที่ 90
โดย กองบรรณาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

ตัวอิจฉา:
พี่ฟิชแอนชิป

คือเข่าผมอะมันจะมีตัวล่างกับบนใช่ปะคับคือขาซ้ายเข่าช่วงล่างมันยื่นๆออกมา

ถามแม่ว่า ผิดปรกติมั้ยแม่บอกมั้ย แต่เวลาผมว่ายพระนั่งท่าเทพบุตรแล้วมันปวด- -

อยากรู้ว่าเป็นอะไรมากมั้ย

MoMo_TaRo_Dunk!!!:
พี่ดั๊กเทพ 555 ^^

Sonick:
มาช่วยเพิ่มข้อมูลให้อีก :D
คุณรู้ไหมว่า
การเิดิน เข่าจะรับน้ำหนักถึง 2-3 เท่า ของน้ำหนักตัว
การวิ่ง   เข่าจะรับน้ำหนักถึง 3-5 เท่า ของน้ำหนักตัว
การกระโดด เข่าจะรับน้ำหนักถึง 4-8 เท่า ของน้ำหนักตัว

คุณรู้ไหมว่า พฤติกรรมบางอย่างก็ทำเข่าเสื่อมได้
เช่น นั่งขัดสมาธิ , นั่งย่องๆ

แถมเรื่องค่ารักษาพยาบาล ผมไม่ชัวส์ มันก็นาน2-3ปีแล้ว
รุ่นพี่ผม น้ำในข้อเข่าเสื่อม  โดยฉีดไปเข็มนึง หมื่นต้นๆ :P

FishAndChips:
อ้างจาก: ตัวอิจฉา ที่  03/19/09 14:33:22

พี่ฟิชแอนชิป

คือเข่าผมอะมันจะมีตัวล่างกับบนใช่ปะคับคือขาซ้ายเข่าช่วงล่างมันยื่นๆออกมา

ถามแม่ว่า ผิดปรกติมั้ยแม่บอกมั้ย แต่เวลาผมว่ายพระนั่งท่าเทพบุตรแล้วมันปวด- -

อยากรู้ว่าเป็นอะไรมากมั้ย



นึกภาพไม่ออกอ่ะค่ะ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ไหม?


การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคของผู้สูงอายุ หากเป็นแล้วจะไม่สามารถรักษาให้เหมือนเดิมดังนั้นการรักษา
ข้อเข่าเสื่อมจึงมีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด ป้องกันข้อติด ป้องกันข้อโกงงอ เป็นต้น
การรักษาแบ่งออกได้เป็น 3 วิธี

   1. การรักษาทั่วไป
   2. การรักษาโดยการใช้ยา
   3. การรักษาโดยการผ่าตัด

การรักษาทั่วไป

    * ปฏิบัติตัวเพื่อหลีกเลี่ยงต่อการเกิดข้อเข่าเสื่อมเช่น การยกของหนัก การนั่งพับเพียบ นั่งยองๆ การนั่งสมาธิเป็นเวลานานๆ
การใช้ส้วมชนิดนั่งยองๆ การนอนกับพื้นเป็นประจำ เพราะขณะลุกขึ้นหรือลงนอนจะเกิดอันตรายกับเข่า หลีกเลี่ยงการขึ้นบันไดบ่อยๆ
ควรจะนั่งบนเก้าอี้ไม่ควรนั่งบนพื้น
    * การลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่จะลดอาการปวดและช่วยชะลอข้อเข่าเสื่อมได้
    * การออกกำลังกายและการบริหารกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะการบริหารกล้ามเนื้อต้นขา จะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงจะช่วยลดแรง
ที่กระทำต่อเข่า วิธีการบริหารสามารถทำได้โดยการยืน มือเกาะกับเก้าอี้ ย่อตัวให้เข่างอเล็กน้อย นับ 3-6 แล้วยืนตรงทำช้ำ 3-6 ครั้ง
หรืออาจจะทำได้โดยนั่งบนเก้าอี้เหยียดขาเกร็งไว้ 10 วินาที่แล้วจึงงอเข่า ทำซ้ำหลายครั้ง นอกจากนั้นการเดินเร็วหรือการไหว้น้ำจะ
ช่วยกระตุ้นให้กระดูกแข็งแรง
    * เวลาเดินหรือวิ่งให้ใส่รองเท้า สำหรับเดินหรือวิ่งซึ่งจะมีพื้นกันกระแทก
    * ให้ใช้เข่าเหมือนปกติ หากมีอาการปวดให้พักเข่า
    * ใช้ไม้เท้าค้ำเวลาจะลูกขึ้น อย่าหยุดใช้งาน
    * เวลาขึ้นบันไดให้ก้าวข้างดีขึ้นก่อน เวลาลงให้ก้าวข้างปวดลงก่อน มือจับราวบันได
    * ประคบอุ่นเวลาปวดเข่า
    * การทำกายภาพบำบัด แพทย์จะแนะนำวิธีการบริหารกล้ามเนื้อและข้อเข่าเพื่อลดอาการปวด ป้องกันข้อติด ป้องกันข้อผิดรูปรวม
ทั้งทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง ที่สำคัญต้องปฏิบัติเป็นประจำจึงจะได้ผลดี

การบริหารกล้ามเนื้อ

การพักกล้ามเนื้อเป็นวิธีที่ดีสำหรับการรักษาข้อเข่าเสื่อม แต่ต้องมีการออกกำลังหรือบริหารข้อเข่าอย่างเหมาะสม การออกกำลังจะ
ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ป้องกันข้อติด การเคลื่อนไหวของข้อดีขึ้น การบริหารมีให้เลือกหลายท่า การบริหารที่สามารถทำได้บ่อยๆ
วิธีง่ายๆสามารถทำได้ด้วยตัวเอง

การรักษาโดยการใช้ยา

หากการรักษาทั่วไปไม่สามารถลดอาการปวดจำเป็นต้องใช้ยาในการรักษา ซึ่งมียาหลายชนิดให้เลือกดังนี้

   1. ยาแก้ปวด เป็นยาลดอาการปวดแต่ไม่ได้แก้อาการอักเสบ พอหมดฤทธิ์ยาก็ปวดอีก เช่นยา paracetamol
   2. ยาแก้อักเสบ steroid เมื่อสมัยก่อนนิยมใช้กันมากทั้งชนิดรับประทานและชนิดฉีดเข้าข้อ แต่ปัจจุบันความนิยมลดลง
เนื่องจากผลข้างเคียง โดยเฉพาะยาที่ฉีดเข้าข้อจะทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น

การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อ หรือ เจาะข้อเพื่อดูดน้ำไขข้อออก จะทำให้อาการปวดดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อผ่านไป 1-2 เดือน
ก็จะกลับมาเป็นอีก และมีผลข้างเคียง เช่น กระดูกอ่อนผิวข้อบางลง ทำให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น กระดูกพรุน กล้ามเนื้อลีบ หรือ ติดเชื้อในข้อ
จึงถือว่าเป็นเพียงแค่บรรเทาอาการชั่วคราวเท่านั้น ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็ไม่ควรฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อ หรือ เจาะดูดน้ำไขข้อออก
แต่ถ้าจำเป็นต้องฉีดยาสเตียรอยด์ หรือ เจาะข้อ ก็ต้องป้องกันการติดเชื้อขณะฉีดอย่างดี (ต้องใช้ผ้าปลอดเชื้อคลุมบริเวณที่ฉีด) และ
ไม่ควรฉีดมากกว่าปีละ 2-3 ครั้ง หลังจากฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อ ต้องลดการใช้งานข้อข้างที่ฉีด ประมาณ 1-2 อาทิตย์ และใช้ผ้าพันรัดเข่าไว้ด้วย

   3. ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่ steroid ยากลุ่มนี้นิยมใช้กันมากขึ้น แต่ต้องระวังการเกิดโรคแทรกซ้อน
   4. ยาบำรุงกระดุกอ่อน ได้ผลช้าและใช้ค่าใช้จ่ายสูงจึงไม่เป็นที่นิยม (ปกติ กระดูกอ่อนผิวข้อจะไม่สร้างขึ้นใหม่) หรือ
ยาชะลอความเสื่อม

   5. การใช้น้ำหล่อเลี้ยงข้อชนิดเทียม เนื่องจากโรคข้อเสื่อมจะมีน้ำหล่อเลี้ยงข้อน้อย ทำให้มีการเสียดสีของข้อ จึงได้มีการฉีด
น้ำหล่อเลี้ยงข้อเทียมเข้าไปในเข่า 3-5 ครั้งแต่ละครั้งห่างกัน 1 สัปดาห์ซึ่งจะทำให้ลดการเสียดสีของข้อ ลดอาการปวด แต่การฉีดนี้
ใช้ได้เฉพาะข้อที่เสื่อมไม่มาก ซึ่งจะช่วยให้อาการดีขึ้นเฉลี่ย 6 เดือน – 1 ปี แต่มีราคาค่อนข้างสูง (13,000-16,000 บาท)

การผ่าตัด

วิธีผ่าตัดถือว่าเป็นทางเลือกสุดท้าย จะใช้ในผู้ที่มีอาการมาก และรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล เท่านั้น
ปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากได้ผลดีและโรคแทรกซ้อนไม่มาก วิธีการผ่าตัดมีได้หลายวิธี
ดังนี้

   1. การผ่าตัดโดยการส่องกล้อง (arthroscope) เหมาะสำหรับข้อที่เสื่อมไม่มาก
แพทย์จะเข้าไปเอาสิ่งสกปรกที่เกิดจากการสึกออกมา
   2. การผ่าตัดแก้ความโกงงอของเข่า วิธีนี้ต้องตัดกระดูกบางส่วนออกทำให้ใช้เวลานานกว่าจะใช้งานได้ ปัจจุบันนิยมลดลง
   3. การผ่าตัดใส่ข้อเข่าเทียม คือการใส่ข้อเข่าเทียมเข้าแทนข้อที่เสื่อม ซึ่งผลการผ่าตัดทำให้หายปวด ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้ดีขึ้น
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะสามารถใช้งานได้ใกล้เคียงกับธรรมชาติ และ บรรเทาอาการปวดได้ดี แต่ก็มีอายุใช้งาน
ได้นานแค่ 10 -15 ปี

ข้อมูล  ;D
http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/rheumatoid/oa/oa_knee.htm
http://www.geocities.com/phanomgon/knowlageDis/kneeoa.html

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

eXTReMe Tracker