Author Topic: เล่นกล้ามเวลาไหนเหมาะสมที่สุด!!!  (Read 13312 times)

0 Members และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Offline number777

  • ปี 3
  • ****
  • Posts: 336
  • คำขอบคุณจากเพื่อน +1/-0
  • Gender: Male
    • MSN Messenger - kanjanasilp777@hotmail.com
    • View Profile
    • Email
         คุณ บิล  เพิร์ล นักเพาะกายแห่งตำนานวัย 60 ปี จะเพาะกายระหว่างตี 3 ถึงตี 4 เป็นนักเพาะกายชื่อดังของโลกที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ไม่ใช่ต้องการจะตอบว่าให้ตื่นมาเล่นกล้ามตอนตีสามนะครับ  เพราะส่วนมากถ้าเป็นนักเพาะกายอาชีพของฝรั่งเลยนั้น เขาจะเล่นช่วงเช้าประมาณ 10.00 น. แล้วกลับมาเล่นช่วงบ่ายประมาณ 15.00 น. แต่นั่นก็ไม่ใช่คำตอบของคำถามคุณหรอกครับ เพราะนักเพาะกายอาชีพ เขาเล่นกล้ามกันอย่างเดียว ไม่ต้องไปทำงานเหมือนเราๆท่านๆ อีกทั้งอากาศช่วงบ่าย 3 นั้น ถ้าเล่นในเมืองหนาวก็สนุกดีอยู่หรอก แต่ถ้าในเมืองไทยนี่ ตอนบ่าย 3 สำหรับโรงยิมบางที่ๆไม่มีหลังคา ก็ไม่ค่อยดีเท่าไร แค่นี้คุณก็เห็นความแตกต่างแล้วใช่ไหมครับ ระหว่างตัวต้นตำรับการเพาะกายอย่างคุณบิล   เพิร์ล ก็เล่นช่วงหนึ่ง นักเพาะกายระดับแชมป์หลายคนก็เล่นอีกช่วงหนึ่ง แล้วคำตอบที่แท้จริงคืออะไร ผมขอตอบแบบหลักวิชาการก่อนนะครับ

           เวลาที่เลือกใช้ในการเล่นกล้าม ก็เหมือนเวลาที่เลือกใช้ในการให้อาหารปลา

           เรื่องนี้ ท่านผู้รู้เป็นคนให้คำตอบไว้นานมากแล้วครับ ความหมายก็คือ ปลาที่อยู่ในตู้ที่เราเลี้ยงนั้น ปลาแต่ละตัวที่เราซื้อมา มันไม่มีสลากติดมาข้างตัวว่าจะต้องให้อาหารเวลากี่โมง  คราวนี้ มันก็ขึ้นกับตัวเราแล้วล่ะว่า เราจะสะดวกเอามาให้มันตอนช่วงเวลาไหน บางทีถ้างานเราต้องกลับดึกๆ เราก็อาจเอามาให้มันตอนห้าทุ่มก็ได้ พอให้อาหารตอนห้าทุ่มบ่อยๆเข้า ก็เหมือนจัดระบบวงจรชีวิตของมันให้หิวตอนห้าทุ่ม  ดังนั้นการบ้านของคุณก็คือ เมื่อถึงเวลาห้าทุ่ม คุณก็ต้องเอาอาหารมาให้มัน ซึ่งเวลานั้นแหละมันจะหิวมากและรอคุณอยู่อย่างใจจดใจจ่อ  ฉันใดก็ฉันนั้นครับ การเล่นกล้ามก็เช่นกัน เมื่อคุณตื่นมาฝึกตอนตี 4 ทุกวันแล้ว ก็เหมือนจัดวงจรชีวิตให้กล้ามเนื้อเราพร้อมฝึกตอนตี 4  ดังนั้นพอถึงเวลาตี 4 ของทุกวัน กล้ามเนื้อคุณก็จะรอรับการฝึกเหมือนกับปลาที่มารออาหารเพราะถึงเวลาของมันแล้ว ดูได้จากการที่ตอนตี 4 คุณจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า และอยากฝึกขึ้นมามากกว่าเวลาช่วงอื่นๆ  ในขณะที่คนอื่นซึ่งฝึกบ่าย 3 เป็นประจำ  เขากลับรู้สึกกับช่วงเวลาตี 4 ว่าเป็นเวลาที่ง่วงหงาวหาวนอนที่สุดสำหรับเขา

            ดังนั้นในส่วนของหลักวิชาการแล้วคือ ฝึกตอนช่วงเวลาไหนก็ได้ วันละกี่ครั้งก็ได้ แต่ในวันต่อๆไปเวลาที่เหมาะสมที่สุดตามคำถามที่คุณถามมา ก็คือเวลาเดียวกับที่คุณเคยชินในการฝึกแบบเมื่อวานหรือครั้งก่อนๆ เพราะเวลานั้นแหละคุณถึงจะฝึกสนุกและได้ผลที่สุดของเวลาในแต่ละวันครับ  เอาละ..ต่อไปผมจะแนะนำในส่วนของผมซึ่งเหมาะกับชีวิตบ้านเรา  โดยอ้างอิงตามหลักวิชาการที่ผมพูดมาข้างต้นนี้นะครับ

            ในกรณีที่เลือกได้ ผมขอแนะนำไว้อันดับ 1 เลยก็คือการฝึกตอนไหนก็ได้ (โดยอ้างตามหลักวิชาการ) แต่ให้ เลือกเอาเวลาก่อนที่คุณจะออกจากบ้านเพื่อไปทำงาน หรือไปพบปะผู้คน  สาเหตุก็เพราะเมื่อคุณพึ่งฝึกเสร็จนั้น ปีกของคุณจะหนุนบริเวณรักแร้คุณขึ้นมา ทำให้ดูไหล่กว้าง ,ส่วนหน้าอกของคุณ เวลาที่หายใจเข้าออกอย่างลึกๆตอนยกน้ำหนักนั้น มันจะยกโพรงหน้าอกของคุณขึ้นมา และจะคงสภาพนี้หลังฝึกเสร็จใหม่ๆด้วย นั่นคือจะทำให้หน้าอกคุณเชิดขึ้น ส่งผลไปให้คางของคุณดูเชิดขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนคนทะนงตน,มั่นใจในตนเอง  ส่วนแขนของคุณนั้น แน่นอนว่ากล้ามต้นแขนมันจะถูกกล้ามปีกและกล้ามหน้าอกส่วนนอก ดันออกไปด้านข้าง ทำให้เวลาเดินบนถนนจึงต้องใช้พื้นที่มากกว่าคนปกติ เพราะการวาดแขนของคุณในเวลาเดิน มันจะไม่แกว่งไปข้างหน้าเหมือนชาวบ้านเขา  แต่มันจะออกไปทางด้านข้างขึ้นอยู่กับความกว้างของปีกคุณ ทำให้ดูบึกบึนสมชายชาตรีมากเลยทีเดียว ยิ่งถ้าได้ใส่เสื้อแขนสั้นโชว์กล้ามต้นแขนด้วยแล้ว ตอนที่เล่นกล้ามเสร็จใหม่ๆนี่แหละที่กล้ามไบเซบของคุณจะกลมนูนเตะตา และเวลาที่ถือของไว้ในมือจนต้องเหยียดแขนลงตรงๆนั้น  กล้ามไทรเซบของคุณจะถูกดันด้วยกล้ามปีกจนกล้ามไทรเซบดูนูนขึ้นมาเป็นรูปเกือกม้าให้เห็นเด่นชัดเลย  ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ทำให้คุณดูดีเอามากๆ นั่นคือการเล่นกล้ามได้ทำหน้าที่ของมันแล้ว  ด้วยความภูมิใจนี้จึงถือเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่จะทำให้คุณรักการเพาะกายมากขึ้นไปอีก ซึ่งความรักนั้นก็คือสิ่งที่สร้างแรงจูงใจให้คุณเล่นกล้ามได้นานตราบเท่านาน

       สำหรับในกรณีที่เลือกไม่ได้ (หมายความว่าลักษณะงานที่จะต้องออกไปทำนั้น ไม่เอื้ออำนวยกับการเลือกเวลาฝึกด้วยตนเอง) ผมมีข้อแนะนำดังนี้

       บริหารก่อนอาบน้ำทุกครั้ง - โดยใช้น้ำหนักที่เบา และเล่นกล้ามเนื้อแค่ชิ้นเดียว  เพราะวันหนึ่งคุณจะต้องอาบน้ำอย่างน้อยก็ 2 ครั้ง ดังนั้นในอาทิตย์หนึ่งๆ คุณจะฝึกกล้ามเนื้อแต่ละชิ้นได้หลายครั้งเลยทีเดียว  นั่นคือหลักการเอา "ความถี่" ในการฝึก ไปชดเชยกับ "ความหนัก" ของลูกน้ำหนัก ที่คุณอาจยกได้น้อยกว่าคนที่มีเวลามากกว่าคุณ แต่ผลสุดท้าย กล้ามเนื้อของคุณก็จะเติบโตทันเขาได้โดยไม่ยาก

       ขอยืนยันอีกครั้งว่า ไม่เคยมีความรู้ที่ว่า "ไม่ให้อาบน้ำหลังเพาะกายเสร็จใหม่ๆ" เกิดขึ้นบนโลกนี้ เพราะถ้าเอาเรื่องความร้อนของร่างกายไปผสมกับความเย็นของน้ำแล้วสร้างเป็นข้อห้ามขึ้นมา  อย่างนี้ก็ไม่ต้องมีกีฬาว่ายน้ำเกิดขึ้นแล้ว  ถ้าเป็นเรื่องอื่นเช่น "คนอ้วนควรเล่นกล้ามหลังจากทานอาหารแล้ว เพราะร่างกายจะเผาผลาญไขมันได้ดี" ,"ห้ามอ่านหนังสือหลังกินข้าวเสร็จใหม่ๆ เพราะเลือดจะไปเลี้ยงที่กระเพาะ แต่หากมันขึ้นมาเลี้ยงสมองแล้ว อาหารก็จะไม่ย่อยเพราะกระเพาะทำงานไม่เต็มที่" ,"ห้ามมีอะไรกับผู้หญิงหลังจากพึ่งกินข้าวอิ่มๆ เพราะอาจหัวใจวาย" ,"ไม่ให้เข้านอนหลังจากพึ่งเล่นกล้ามเสร็จใหม่ๆ เพราะเส้นเลือดกำลังวิ่งทั่วตัวเพื่อนำสารอาหารไปสร้างเซลล์กล้ามเนื้อ การนอนหลับจะทำให้ระบบดังกล่าวช้าลง" ถ้าเป็นเรื่องหลังๆที่พูดมานั้น ยังพอเคยได้ยินและหาหลักวิชาการตอบได้บ้าง แต่เรื่องห้ามอาบน้ำหลังเพาะกายนี่ไม่มีเด็ดขาดครับ   อ้อ.. ถ้าคุณจะอาบน้ำตอนก่อนเข้านอนละก็  คุณก็เล่นกล้ามก่อน เสร็จแล้วก็อาบน้ำแล้วนั่งดูทีวีไปก่อน หรือนั่งเล่นก่อนแล้วค่อยไปอาบน้ำ  ทำอย่างไรก็ได้ ให้นับเวลาหลังจากเล่นกล้าม จนถึงเวลาเข้านอนบนเตียง ให้ห่างกันอย่างน้อยที่สุดสัก 1 ชั่วโมงนะครับ

۩~•๐["ปัญหา" มีไว้แก้ ไม่ใช่มีไว้ "กลุ้ม"]๐•~۩
พระองค์ทรงเป็น 'SOUL OF THE NATION' หรือ 'จิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ '

ยู-บาสเกตบอล ดอท คอม