Author Topic: ปวดหัว  (Read 10063 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline StyleLove

  • ปี 3
  • ***
  • Posts: 220
  • คำขอบคุณจากเพื่อน +0/-0
  • Gender: Male
    • View Profile
    • Email
ปวดหัว
« on: 01/18/10 18:17:02 »
ปวดหัวด้านซ้ายอ่ะครับ ธรรมดาไม่ปวดถ้าเกิดก้ม ให้หัวต่ำๆ หรือก้มหยิบของหยิบกระเป๋าจะปวด จี๊ดมาก แล้วรู้สึกหูจะอื้อๆ ด้วยล่ะตอนก้ม อยากรู้สาเหตุ ปวดมาก พึ้งจะเป็นนะ - -

สังคมออนไลน์ของคนรักบาสเกตบอล

ปวดหัว
« on: 01/18/10 18:17:02 »

Ex.RoAlive

  • Guest
Re: ปวดหัว
« Reply #1 on: 01/18/10 21:31:45 »
ใช้สายตามากเกินไปรึเปล่า?
ศีรษะไปกระแทกอะไรเข้าจังๆรึเปล่า?
เครียดรึเปล่า?
พึ่งหายจากไข้รึเปล่า?
หูอื้อแบบเหมือนเวลาดำน้ำรึเปล่า??
พลิกหน้ากระทันหัน เส้นเอ็น ปรับไม่ทันรึเปล่างะ?
ตาพร่ารึเปล่า?
หลังจากก้มหน้าแล้วยังปวดอยู่อีกรึเปล่า?
ทำอะไรหนักเกินไป รึเปล่า?

ความจริงไม่ใช่ผู้รู้เงอะ ที่ถามไม่ต้องตอบก็ได้คับ
แนะนำ ให้ไปหาหมอเลยงับ ถ้ามีอาการเหมือนตรงไหนที่เราถามข้างบน ก็บอกหมอไปโลด
สู้ๆ ขอให้หายไวๆ  :D

Offline StyleLove

  • ปี 3
  • ***
  • Posts: 220
  • คำขอบคุณจากเพื่อน +0/-0
  • Gender: Male
    • View Profile
    • Email
Re: ปวดหัว
« Reply #2 on: 01/19/10 17:58:30 »
คือผมไม่แน่ใจอ่ะ คือผมเป็นไข้ หายวันเดียววันจันทร์ไป รร. หายวัน อาทิตย์ แต่มีน้ำมูกไหลทั้งวันเลย ผมก็ ซูดน้ำมูก ไปๆ มาๆ ผมซูดแรงๆ ไปทีนึง มันเหมือน ขึ้นไปบนหัวเลยอะ แล้วหลังจากนั้นก็ปวดหัวด้านซ้ายด้านเดียวกับที่ ซูดน้ำมูกเข้าไป จมูก มันเชื่อม กับสมองหรือเปล่า แล้วเป็นอันตรายหรือเปล่าครับ เริ่มกลัวขึ้นมานิดๆ เวลาก้ม ทีก็ปวดที
ด้านซ้ายนะครับ ถ้าเฉยๆ ก็ไม่ปวด

Ex.RoAlive

  • Guest
Re: ปวดหัว
« Reply #3 on: 01/20/10 18:17:56 »
คือผมไม่แน่ใจอ่ะ คือผมเป็นไข้ หายวันเดียววันจันทร์ไป รร. หายวัน อาทิตย์ แต่มีน้ำมูกไหลทั้งวันเลย ผมก็ ซูดน้ำมูก ไปๆ มาๆ ผมซูดแรงๆ ไปทีนึง มันเหมือน ขึ้นไปบนหัวเลยอะ แล้วหลังจากนั้นก็ปวดหัวด้านซ้ายด้านเดียวกับที่ ซูดน้ำมูกเข้าไป จมูก มันเชื่อม กับสมองหรือเปล่า แล้วเป็นอันตรายหรือเปล่าครับ เริ่มกลัวขึ้นมานิดๆ เวลาก้ม ทีก็ปวดที
ด้านซ้ายนะครับ ถ้าเฉยๆ ก็ไม่ปวด


โอ้วว ชัดเจนเลย หุหุ
ก่อนอื่นต้องขออภัยที่มาคอบช้านะงับ
และมาจับมือกันก่อน... เพราะกระผมก็เคยเป็นเหมือนกัน ^O^
เคยแอบได้ยินหมอบ่นๆให้ฟังอยู่นะงับ มันก็เลยเหมือนจะจำเหมือนจะลืม ถ้าผิดพลาดประการใด ต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วย

เพราะอากาศจู่ๆก็เย็นลง ทำให้เลือดไหลเวียนไปที่ทางเดินหายใจช้าลง อุณหภูมิที่คอหอยก็ลดต่ำลงด้วย ส่งผลให้เยื่อบุเมือกหดตัว ทำให้เซลล์ต้านเชื้อโรคเข้าไปจัดการกับเชื้อโรคได้ไม่ทันการ ไวรัสจึงเข้าไปในอวัยวะได้และเพิ่มจำนวนมากขึ้น หากใช้ความเย็นสลับกับความร้อน (เช่น การอาบน้ำร้อน) ก็จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ซึ่งช่วย ให้เซลล์คุ้มกันขัดขวางไวรัส
เรามาทดสอบก่อนดีกว่า เพราะเราก็ไม่ใช่ผู้รู้จริงๆคงให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ แต่เราจะทดสอบคุณ

1. น้ำมูกมีสีเขียวเหลือง
2. คุณปวดศีรษะอยู่
3. คุณปวดต้นคอหรือปวดฟันบ่อย
4. เวลาคุณก้ม คุณจะมีแรงดันที่ตาหรือแก้ม
5. คุณเหนื่อยหรือไม่มีแรง
6. ไม่ค่อยรู้รสเท่าไหร่

ถ้าคุณตอบว่าใช่มากข้อเท่าไหร่ ก็แสดงว่าคุณมีอาการ “อักเสบที่โพรงจมูก” เกิดจากการสั่งน้ำมูกแรงๆ น้ำมูกไหล แน่นจมูกมากๆ และมีการสูดน้ำมูกแรงๆ
**ดังนั้น จึงควรสั่งน้ำมูกทีละข้างเบาๆ โดยการปิดจมูกอีกข้างหนึ่งไว้ขณะสั่งน้ำมูก
หากมีน้ำมูกข้นๆ ก็อาจช่วยได้ด้วยการใช้น้ำเกลือล้างจมูก ร่วมกับการดื่มน้ำ(ไม่เย็น) หรือน้ำชา วันละ 2 ลิตร หากไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์


อ้างอิง :: http://www.4life-network.com/index.php?mo=3&art=374374


**แนะนำ
-อารมณ์ดีเข้าไว้
-ดื่มน้ำเยอะๆ
-ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ(ไม่หักโหม) และพักผ่อนให้เพียงพอ
-พริกหรือขิงก็มีประสิทธิภาพเยียวยา
-ไปหาหมอถ้าอาการไม่ดีขึ้น

หายไวๆนะ รักษาสุขภาพด้วย ^ ^
**เดี๋ยวมีอะไรจะมาเพิ่มเติมอีก เอิ๊กกก

-----------------------------------------

**เพิ่มเติม "ไซนัสอักเสบ ..."

น้ำมูกไหล แน่นจมูก เจ็บระคายเคืองคอ รีบพบแพทย์


ไซนัส คือ โพรงอากาศในกระดูกที่ล้อมรอบเป็นโพรงจมูก จะมีที่บริเวณกระดูกหน้าผาก 1 คู่ กลุ่มโพรง
ไซนัสเล็กๆ บริเวณกระดูกหัวตาทั้ง 2 ข้างที่กระดูกแก้ม 2 ข้าง และที่กระดูกฐานกะโหลกศีรษะ 1 คู่ ซึ่งโพรงอากาศเหล่านี้จะมีรูเล็กๆ เชื่อมไปยังโพรงจมูกการอักเสบของโพรงอากาศเหล่านี้อันใดอันหนึ่ง เรียกว่าไซนัสอักเสบ         

อาการของไซนัสอักเสบ
1มีเสมหะ หรือเสลดที่เป็นมูกหรือมูกปนหนอง ค้างอยู่ที่หลังเพดานอ่อนหลังจมูกและไหลลงมายังคอ เกือบตลอดทั้งวันทั้งคืน
2.เจ็บระคายเคืองคอจากเสมหะหรือเสลดปนหนอง ไหลลงมาในคอ
3.ปวดศีรษะตื้อๆ บริเวณหน้าผาก หัวคิ้วหรือหัวตา แก้มกระบอกตา ฟันกรามด้านบนบางครั้งปวดไป   ที่ท้ายทอยถ้าเป็นเฉียบพลันจะปวดมากๆ ได้
4.คัดแน่นจมูก อาจมีอาการแสบๆ ภายในจมูกได้
5.อาจมีกลิ่นปาก เหม็นคาว เหม็นเปรี้ยว หรือเหม็นเน่าเวลาพูด
6.อาจมีหูอื้อ เวลาพูดได้ยินเสียงตัวเองก้องในหู ซึ่งอาจจะดีขึ้น เมื่อมีการกลืนน้ำลาย หรือเปล่าลมไปยังหูโดยวิธี VALSAVA
7.อาจมีไอ ตอนนอนราบสักพัก เพราะเสมหะจะไหลลงคอไประคายเคืองกล่องเสียงทำให้อยากไอ
8.หวัด น้ำมูก ไหล หรือเสมหะลงคอ แน่นจมูก เกิน 2 สัปดาห์
9.นอนกรน เพราะไซนัสอักเสบทำให้เยื่อบุจมูกบวม หายใจออกทางจมูกยากขึ้น ต้องหายใจออกทางปาก ทำให้เพดานอ่อนสั่นเกอดเสียงกรนดังขึ้นได้

สาเหตุของไซนัสอักเสบ
ต้องเป็นหวัดมาก่อน และมีองค์ประกอบพร้อมกันครบทั้ง 3 อย่าง
1.หวัด น้ำมูกไหล
2.แน่นจมูก จากเบื่อบุจมูกบวม
3.มีการสูดหรือซื้ดน้ำมูกลงไปในคอ หรือครืดๆ เอาเสมหะลงคอ
4. เกิดจากรากฟันกรามบนพุ และหนองทะลุเข้าโพรงไซนัสแก้มทำให้เกิดหนองลงคอ มีกลิ่นเหม็นเน่า
การวินิจฉัย       

ไซนัสอักเสบ เป็นได้บ่อยกว่าที่คนทั่วไปคิด และโดยมากคิดว่าเป็นแค่หวัดลงคอ เพราะเมื่อคุณเป็นหวัด น้ำมูกไหล แน่นจมูกมากๆ และมีการสูดน้ำมูกแรงๆ ก็มีโอกาสเกิดไซนัสอักเสบเฉียบพลันได้ภายใน 2-3 วัน วันแรกที่เป็นหวัดโดยมีอาการตามที่กล่าวมาแล้ว     
   
ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นหวัด แน่นจมูก มีเสมหะลงคอ หรือเจ็บคอเรื้อรัง ไอกลางคืน จึงจำเป็นต้องไปรับการตรวจจากแพทย์ หู คอ จมูก แพทย์จะใช้กระจกส่องตรวจหลังโพรงจมูกว่ามีหนองไหลออกทางจมูกด้านหลังและมาจากโพรงไซนัสหรือไม่ เพื่อให้ไดรับการรักษาและคำแนะนำที่เหมาะสม ไม่ให้เป็นโรคไซนัสอักเสบเรื้อรังต่อไป ในบางรายแพทย์อาจใช้กล้องส่องเข้าไปในรูจมูก เพื่อดูว่ามีหนองจากรูไซนัสหรือมีเนื้องอก เช่น ริดสีดวงในจมูกหรือไม่       
   
การเอ็กซเรย์ไซนัส ไม่จำเป็นต้องทำเพื่อวินิจฉัยไซนัสอักเสบ เพราะแพทย์ หู คอ จมูก จะสามารถตรวจพบหนองจากไซนัสและทำให้การวินิจฉัยได้อยู่แล้วแต่การส่งตรวจเอ็กซเรย์ไซนัส อาจทำในรายที่แพทย์สงสัยว่ามีหนองคั่งอยู่ในโพรงไซนัสบริเวณแก้มหรือไม่ เพื่อยืนยัน จะได้ทำการเจาะล้างไซนัสเพื่อการรักษาต่อไปแต่แพทย์ทั่วไป อาจต้องใช้เอ็กซเรย์ช่วยในการวินิจฉัยไซนัสอักเสบเพราะการตรวจในคอ โดยใช้ไม้กดลิ้นอย่างเดียว ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นไซนัสอักเสบหรือไม่ การเอ็กซเรย์ไซนัส อาจจำเป็นในรายที่มีเนื้องอกหรือก้อนในจมูกก่อนผ่าตัด บางรายที่มีอาการเป็นมาก มีโครงสร้างจมูกผิดปกติหรือเคยได้รับการผ่าตัดไซนัสมาก่อน เพื่อใช้ในการวางแผนผ่าตัดไม่จำเป็นต้องทำทุกรายที่สงสัยว่าไซนัสอักเสบหรือที่จะผ่าตัดรักษาไซนัสอักเสบ

การรักษาไซนัสอักเสบ
1.ห้ามสูดหรือซื้ดน้ำมูกลงคอเด็ดขาด และห้ามการครึดๆ เอาเสมหะลงไปในคอ เพื่อกลืนหรือขลากทิ้ง ถ้าเสมหะลงในคอเองให้กลืนหรือบ้วนทิ้งได้
2.ถ้ามีน้ำมูกให้สั่งน้ำมูกทิ้ง การสั่งทีละข้างจะได้ผลดีกว่า
3.ดื่มน้ำวันละ 3 ลิตร ประมาณ 12 แก้ว จะทำให้มูกที่สร้างในโพรงจมูกและไซนัสมีน้ำมากขึ้น ไม่เหนียวมาก ทำให้เยื่อบุจมูกและไซนัสที่เป็นเซลล์ขนจะพัดโบกเสมหะออกไปได้ง่าย
4.ถ้าผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องไตหรือหัวใจที่ต้องจำกัดน้ำต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
5.การเป่าลมเข้าไปที่หูชั้นกลาง โดยวิธี VALSAVA จะช่วยลดอาการหูอื้อและป้องกันการเกิดหู    น้ำหนวกได้ ทำโดยบีบจมูกทั้ง 2 ข้างให้แน่น เม้มปากแน่น เหมือนสั่งน้ำมูกมาด้านหน้าจมูก ห้ามปล่อยมือหรือเปิดปากเมื่อลมออกจมูกและปาก ไม่ได้จะขึ้นไปยังท่อ Eustrachion ไปยังหูชั้นกลางทำให้หูหายอื้อได้
6.การเป่าลมเข้าไปที่โพรงไซนัส จะช่วยลดอาการปวดไซนัสบริเวณหน้าผากหรือหัวคิ้วได้ การเป่าลมขึ้นไปที่โพรงไซนัส ทำเหมือน VALSAVA แต่ให้สั่งน้ำมูกค่อยๆ ช้าๆ และนานๆ ถ้าเป่าหรือสั่ง แรง ลมจะขึ้นไปที่หูอาจทำให้ปวดหูได้ เมื่อทำแล้วอาการปวดตื้อๆ ที่หน้าผาก หัวตา และแก้มจะลดลง
7.ยา ต้องกินยารักษาประมาณ 2-3 สัปดาห์ติดต่อกัน
8.ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ อาจใช้เพื่อลดการบวมของเยื่อบุจมูกในรายที่เป็นภูมิแพ้หรือเยื่อบุจมูกบวมมาก
9.การเจาะล้างไซนัสที่แก้ม จะทำเมื่อตรวจพบหนองในโพรงจมูกแก้มจากการใช้กระจกสะท้อนดูหลังจมูก หรือการส่องกล้องหรือ การเอ็กซเรย์ ไซนัส การเจาะสามารถทำให้ได้โดยการฉีดยาชาและใช้เข็มเจาะเข้าไปในโพรงไซนัสและล้างเอาหนองออกด้วยน้ำเกลือ ใช้เวลาประมาณ 5-10     นาที จะทำให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
10. การใช้น้ำเกลือล้างจมูก เพื่อให้มูกที่เหนียวหลุดออกมาได้ผลน้อยกว่าการสั่งน้ำมูก และดื่มน้ำ  มากๆ เพราะจะล้างไดเยงด้านล่างของโพรงจมูกเท่านั้น เหมาะสำหรับเด็กที่ยังสั่งน้ำมูกไม่เป็นหรือหลังผ่าตัด
11.กรณีที่เป็นโรคภูมิแพ้ ต้องรักษาภูมิแพ้ร่วมด้วย จึงจะทำให้การรักษาไซนัสได้ผลดี

การป้องกัน
1.  พยายามอย่าคลุกคลีกับผู้ป่วยที่กำลังเป็นหวัด ไอ หรือจาม
2. ถ้าคุณเป็นหวัดเวลาไอ จาม ให้หาผ้าปิดปาก และจมูก เพื่อไม่ให้แพร่เชื้อหวัดไปยังผู้อื่น และ   ห้ามสูดน้ำมูก ( การสูดน้ำมูกจะเพิ่มโอกาสเป็นไซนัสอักเสบ และหูชั้นกลางอักเสบได้ )
3.เมื่อเป็นหวัด หรือไซนัสต้องรักษาให้ถูกต้องและใช้เวลานานพอเพียง
4.การสั่งน้ำมูก ให้สั่งทีละข้าง โดยบีบจมูกข้างหนึ่งแล้วสั่งอีกข้างไม่ควรสั่งแรงมากเกินไป
5.เมื่อเป็นหวัด ให้หลีกเลี่ยงน้ำแข็งและน้ำเย็น
6.หลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมตางหน้าหรือศีรษะนานๆ

จาก :: http://www.siamdara.com/ColumnGirl.asp?cid=720

----------------------------------

รู้สึกตอบแบบมึนๆ ไม่เข้าใจตรงไหนลองถามมานะงับ  :D

Offline StyleLove

  • ปี 3
  • ***
  • Posts: 220
  • คำขอบคุณจากเพื่อน +0/-0
  • Gender: Male
    • View Profile
    • Email
Re: ปวดหัว
« Reply #4 on: 01/20/10 18:42:17 »
''4. เวลาคุณก้ม คุณจะมีแรงดันที่ตาหรือแก้ม''

ผมก้มแล้วปวดหัวด้านซ้ายอะครับ ตรงตาหรือแก้ม ไม่เห็นเป็นไรเลย แต่มันเหมือนหนักๆ ด้านที่ผมซูดแรงๆไปทีนึงอะ

(จับมือๆ )

Ex.RoAlive

  • Guest
Re: ปวดหัว
« Reply #5 on: 01/20/10 18:57:57 »
อันนี้คือข้อสันนิฐานแบบคนบ้านๆ ความรู้ระดับ ต่างดาวนะงับ <- (?)
-ที่ก้มแล้วปวดหัว เพราะพิษไข้ที่พึ่งหาย เราก็เคยเป็น เวลาก้มมันจะมึนๆ <- (ช่องโหว่ของคำตอบเยอะจังวุ้ย - -a)
-ที่เหมือนหนักๆเวลาซูดเข้าไปแรงๆ มันสะเทือนเส้นประสาทที่เชื่อมกับสมอง รึเปล่า หว่า?
เพราะเส้นประสาทจมูกเป็นหนึ่งในเส้นประสาทสมอง

Offline FishAndChips

  • Global Moderator
  • ปี 4
  • *******
  • Posts: 3238
  • คำขอบคุณจากเพื่อน +47/-0
    • View Profile
Re: ปวดหัว
« Reply #6 on: 01/20/10 19:20:06 »
หายป่วยเร็วๆ นะคะเจ้าของกระทู้  ;D อิอิ

Offline StyleLove

  • ปี 3
  • ***
  • Posts: 220
  • คำขอบคุณจากเพื่อน +0/-0
  • Gender: Male
    • View Profile
    • Email
Re: ปวดหัว
« Reply #7 on: 01/20/10 20:01:27 »
หายป่วยเร็วๆ นะคะเจ้าของกระทู้  ;D อิอิ

คร้าบบบบบ  ;D

อันนี้คือข้อสันนิฐานแบบคนบ้านๆ ความรู้ระดับ ต่างดาวนะงับ <- (?)
-ที่ก้มแล้วปวดหัว เพราะพิษไข้ที่พึ่งหาย เราก็เคยเป็น เวลาก้มมันจะมึนๆ <- (ช่องโหว่ของคำตอบเยอะจังวุ้ย - -a)
-ที่เหมือนหนักๆเวลาซูดเข้าไปแรงๆ มันสะเทือนเส้นประสาทที่เชื่อมกับสมอง รึเปล่า หว่า?
เพราะเส้นประสาทจมูกเป็นหนึ่งในเส้นประสาทสมอง

ปล. พี่ ดั๊กตอบช้าผิดปกติเปล่าเนี้ยยย! .. ?


T T น่ากลัวมาก ปวดแถวบนๆ น่ากลัวสุดๆ กลัวจะเกี่ยวกับสมองไรประมาณนั้น

Offline FishAndChips

  • Global Moderator
  • ปี 4
  • *******
  • Posts: 3238
  • คำขอบคุณจากเพื่อน +47/-0
    • View Profile
Re: ปวดหัว
« Reply #8 on: 01/21/10 10:59:21 »
ช่วงนี้สอบมิดเทอมน่ะค่ะ เลยไม่ค่อยได้เข้ามาตอบสักเท่าไหร่ อิอิ  ;D

Ex.RoAlive

  • Guest
Re: ปวดหัว
« Reply #9 on: 01/21/10 16:18:19 »
อยากจะบอกขอรับ ว่า มิต้องคิดมาก - -a
ทำใจแจ่มชื่นเข้าไว้ แล้วทุกอย่างจะรุ่งริ่ง เอ้ย รุ่งโรจน์ เอง ^_^V
อาจจะเป็นหวัดใหญ่ธรรมดาก็ได้นา เดี๋ยวก็หายแล้วแหละ ดูแลตัวเองดีๆ
ยังไงก็เล่นกีฬาประจำอยู่แล้วนิ ไม่ว่าโรคอะไร ก็มายุ่งย่ามได้ไม่นานหร๊อกกก

สู้ตาย ทาเคชิ  :D

Offline frank

  • ปี 3
  • ***
  • Posts: 165
  • คำขอบคุณจากเพื่อน +0/-0
  • Gender: Male
    • View Profile
Re: ปวดหัว
« Reply #10 on: 01/30/10 16:46:59 »
คือผมไม่แน่ใจอ่ะ คือผมเป็นไข้ หายวันเดียววันจันทร์ไป รร. หายวัน อาทิตย์ แต่มีน้ำมูกไหลทั้งวันเลย ผมก็ ซูดน้ำมูก ไปๆ มาๆ ผมซูดแรงๆ ไปทีนึง มันเหมือน ขึ้นไปบนหัวเลยอะ แล้วหลังจากนั้นก็ปวดหัวด้านซ้ายด้านเดียวกับที่ ซูดน้ำมูกเข้าไป จมูก มันเชื่อม กับสมองหรือเปล่า แล้วเป็นอันตรายหรือเปล่าครับ เริ่มกลัวขึ้นมานิดๆ เวลาก้ม ทีก็ปวดที
ด้านซ้ายนะครับ ถ้าเฉยๆ ก็ไม่ปวด


โอ้วว ชัดเจนเลย หุหุ
ก่อนอื่นต้องขออภัยที่มาคอบช้านะงับ
และมาจับมือกันก่อน... เพราะกระผมก็เคยเป็นเหมือนกัน ^O^
เคยแอบได้ยินหมอบ่นๆให้ฟังอยู่นะงับ มันก็เลยเหมือนจะจำเหมือนจะลืม ถ้าผิดพลาดประการใด ต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วย

เพราะอากาศจู่ๆก็เย็นลง ทำให้เลือดไหลเวียนไปที่ทางเดินหายใจช้าลง อุณหภูมิที่คอหอยก็ลดต่ำลงด้วย ส่งผลให้เยื่อบุเมือกหดตัว ทำให้เซลล์ต้านเชื้อโรคเข้าไปจัดการกับเชื้อโรคได้ไม่ทันการ ไวรัสจึงเข้าไปในอวัยวะได้และเพิ่มจำนวนมากขึ้น หากใช้ความเย็นสลับกับความร้อน (เช่น การอาบน้ำร้อน) ก็จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ซึ่งช่วย ให้เซลล์คุ้มกันขัดขวางไวรัส
เรามาทดสอบก่อนดีกว่า เพราะเราก็ไม่ใช่ผู้รู้จริงๆคงให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ แต่เราจะทดสอบคุณ

1. น้ำมูกมีสีเขียวเหลือง
2. คุณปวดศีรษะอยู่
3. คุณปวดต้นคอหรือปวดฟันบ่อย
4. เวลาคุณก้ม คุณจะมีแรงดันที่ตาหรือแก้ม
5. คุณเหนื่อยหรือไม่มีแรง
6. ไม่ค่อยรู้รสเท่าไหร่

ถ้าคุณตอบว่าใช่มากข้อเท่าไหร่ ก็แสดงว่าคุณมีอาการ “อักเสบที่โพรงจมูก” เกิดจากการสั่งน้ำมูกแรงๆ น้ำมูกไหล แน่นจมูกมากๆ และมีการสูดน้ำมูกแรงๆ
**ดังนั้น จึงควรสั่งน้ำมูกทีละข้างเบาๆ โดยการปิดจมูกอีกข้างหนึ่งไว้ขณะสั่งน้ำมูก
หากมีน้ำมูกข้นๆ ก็อาจช่วยได้ด้วยการใช้น้ำเกลือล้างจมูก ร่วมกับการดื่มน้ำ(ไม่เย็น) หรือน้ำชา วันละ 2 ลิตร หากไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์


อ้างอิง :: http://www.4life-network.com/index.php?mo=3&art=374374


**แนะนำ
-อารมณ์ดีเข้าไว้
-ดื่มน้ำเยอะๆ
-ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ(ไม่หักโหม) และพักผ่อนให้เพียงพอ
-พริกหรือขิงก็มีประสิทธิภาพเยียวยา
-ไปหาหมอถ้าอาการไม่ดีขึ้น

หายไวๆนะ รักษาสุขภาพด้วย ^ ^
**เดี๋ยวมีอะไรจะมาเพิ่มเติมอีก เอิ๊กกก

-----------------------------------------

**เพิ่มเติม "ไซนัสอักเสบ ..."

น้ำมูกไหล แน่นจมูก เจ็บระคายเคืองคอ รีบพบแพทย์


ไซนัส คือ โพรงอากาศในกระดูกที่ล้อมรอบเป็นโพรงจมูก จะมีที่บริเวณกระดูกหน้าผาก 1 คู่ กลุ่มโพรง
ไซนัสเล็กๆ บริเวณกระดูกหัวตาทั้ง 2 ข้างที่กระดูกแก้ม 2 ข้าง และที่กระดูกฐานกะโหลกศีรษะ 1 คู่ ซึ่งโพรงอากาศเหล่านี้จะมีรูเล็กๆ เชื่อมไปยังโพรงจมูกการอักเสบของโพรงอากาศเหล่านี้อันใดอันหนึ่ง เรียกว่าไซนัสอักเสบ         

อาการของไซนัสอักเสบ
1มีเสมหะ หรือเสลดที่เป็นมูกหรือมูกปนหนอง ค้างอยู่ที่หลังเพดานอ่อนหลังจมูกและไหลลงมายังคอ เกือบตลอดทั้งวันทั้งคืน
2.เจ็บระคายเคืองคอจากเสมหะหรือเสลดปนหนอง ไหลลงมาในคอ
3.ปวดศีรษะตื้อๆ บริเวณหน้าผาก หัวคิ้วหรือหัวตา แก้มกระบอกตา ฟันกรามด้านบนบางครั้งปวดไป   ที่ท้ายทอยถ้าเป็นเฉียบพลันจะปวดมากๆ ได้
4.คัดแน่นจมูก อาจมีอาการแสบๆ ภายในจมูกได้
5.อาจมีกลิ่นปาก เหม็นคาว เหม็นเปรี้ยว หรือเหม็นเน่าเวลาพูด
6.อาจมีหูอื้อ เวลาพูดได้ยินเสียงตัวเองก้องในหู ซึ่งอาจจะดีขึ้น เมื่อมีการกลืนน้ำลาย หรือเปล่าลมไปยังหูโดยวิธี VALSAVA
7.อาจมีไอ ตอนนอนราบสักพัก เพราะเสมหะจะไหลลงคอไประคายเคืองกล่องเสียงทำให้อยากไอ
8.หวัด น้ำมูก ไหล หรือเสมหะลงคอ แน่นจมูก เกิน 2 สัปดาห์
9.นอนกรน เพราะไซนัสอักเสบทำให้เยื่อบุจมูกบวม หายใจออกทางจมูกยากขึ้น ต้องหายใจออกทางปาก ทำให้เพดานอ่อนสั่นเกอดเสียงกรนดังขึ้นได้

สาเหตุของไซนัสอักเสบ
ต้องเป็นหวัดมาก่อน และมีองค์ประกอบพร้อมกันครบทั้ง 3 อย่าง
1.หวัด น้ำมูกไหล
2.แน่นจมูก จากเบื่อบุจมูกบวม
3.มีการสูดหรือซื้ดน้ำมูกลงไปในคอ หรือครืดๆ เอาเสมหะลงคอ
4. เกิดจากรากฟันกรามบนพุ และหนองทะลุเข้าโพรงไซนัสแก้มทำให้เกิดหนองลงคอ มีกลิ่นเหม็นเน่า
การวินิจฉัย       

ไซนัสอักเสบ เป็นได้บ่อยกว่าที่คนทั่วไปคิด และโดยมากคิดว่าเป็นแค่หวัดลงคอ เพราะเมื่อคุณเป็นหวัด น้ำมูกไหล แน่นจมูกมากๆ และมีการสูดน้ำมูกแรงๆ ก็มีโอกาสเกิดไซนัสอักเสบเฉียบพลันได้ภายใน 2-3 วัน วันแรกที่เป็นหวัดโดยมีอาการตามที่กล่าวมาแล้ว     
   
ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นหวัด แน่นจมูก มีเสมหะลงคอ หรือเจ็บคอเรื้อรัง ไอกลางคืน จึงจำเป็นต้องไปรับการตรวจจากแพทย์ หู คอ จมูก แพทย์จะใช้กระจกส่องตรวจหลังโพรงจมูกว่ามีหนองไหลออกทางจมูกด้านหลังและมาจากโพรงไซนัสหรือไม่ เพื่อให้ไดรับการรักษาและคำแนะนำที่เหมาะสม ไม่ให้เป็นโรคไซนัสอักเสบเรื้อรังต่อไป ในบางรายแพทย์อาจใช้กล้องส่องเข้าไปในรูจมูก เพื่อดูว่ามีหนองจากรูไซนัสหรือมีเนื้องอก เช่น ริดสีดวงในจมูกหรือไม่       
   
การเอ็กซเรย์ไซนัส ไม่จำเป็นต้องทำเพื่อวินิจฉัยไซนัสอักเสบ เพราะแพทย์ หู คอ จมูก จะสามารถตรวจพบหนองจากไซนัสและทำให้การวินิจฉัยได้อยู่แล้วแต่การส่งตรวจเอ็กซเรย์ไซนัส อาจทำในรายที่แพทย์สงสัยว่ามีหนองคั่งอยู่ในโพรงไซนัสบริเวณแก้มหรือไม่ เพื่อยืนยัน จะได้ทำการเจาะล้างไซนัสเพื่อการรักษาต่อไปแต่แพทย์ทั่วไป อาจต้องใช้เอ็กซเรย์ช่วยในการวินิจฉัยไซนัสอักเสบเพราะการตรวจในคอ โดยใช้ไม้กดลิ้นอย่างเดียว ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นไซนัสอักเสบหรือไม่ การเอ็กซเรย์ไซนัส อาจจำเป็นในรายที่มีเนื้องอกหรือก้อนในจมูกก่อนผ่าตัด บางรายที่มีอาการเป็นมาก มีโครงสร้างจมูกผิดปกติหรือเคยได้รับการผ่าตัดไซนัสมาก่อน เพื่อใช้ในการวางแผนผ่าตัดไม่จำเป็นต้องทำทุกรายที่สงสัยว่าไซนัสอักเสบหรือที่จะผ่าตัดรักษาไซนัสอักเสบ

การรักษาไซนัสอักเสบ
1.ห้ามสูดหรือซื้ดน้ำมูกลงคอเด็ดขาด และห้ามการครึดๆ เอาเสมหะลงไปในคอ เพื่อกลืนหรือขลากทิ้ง ถ้าเสมหะลงในคอเองให้กลืนหรือบ้วนทิ้งได้
2.ถ้ามีน้ำมูกให้สั่งน้ำมูกทิ้ง การสั่งทีละข้างจะได้ผลดีกว่า
3.ดื่มน้ำวันละ 3 ลิตร ประมาณ 12 แก้ว จะทำให้มูกที่สร้างในโพรงจมูกและไซนัสมีน้ำมากขึ้น ไม่เหนียวมาก ทำให้เยื่อบุจมูกและไซนัสที่เป็นเซลล์ขนจะพัดโบกเสมหะออกไปได้ง่าย
4.ถ้าผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องไตหรือหัวใจที่ต้องจำกัดน้ำต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
5.การเป่าลมเข้าไปที่หูชั้นกลาง โดยวิธี VALSAVA จะช่วยลดอาการหูอื้อและป้องกันการเกิดหู    น้ำหนวกได้ ทำโดยบีบจมูกทั้ง 2 ข้างให้แน่น เม้มปากแน่น เหมือนสั่งน้ำมูกมาด้านหน้าจมูก ห้ามปล่อยมือหรือเปิดปากเมื่อลมออกจมูกและปาก ไม่ได้จะขึ้นไปยังท่อ Eustrachion ไปยังหูชั้นกลางทำให้หูหายอื้อได้
6.การเป่าลมเข้าไปที่โพรงไซนัส จะช่วยลดอาการปวดไซนัสบริเวณหน้าผากหรือหัวคิ้วได้ การเป่าลมขึ้นไปที่โพรงไซนัส ทำเหมือน VALSAVA แต่ให้สั่งน้ำมูกค่อยๆ ช้าๆ และนานๆ ถ้าเป่าหรือสั่ง แรง ลมจะขึ้นไปที่หูอาจทำให้ปวดหูได้ เมื่อทำแล้วอาการปวดตื้อๆ ที่หน้าผาก หัวตา และแก้มจะลดลง
7.ยา ต้องกินยารักษาประมาณ 2-3 สัปดาห์ติดต่อกัน
8.ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ อาจใช้เพื่อลดการบวมของเยื่อบุจมูกในรายที่เป็นภูมิแพ้หรือเยื่อบุจมูกบวมมาก
9.การเจาะล้างไซนัสที่แก้ม จะทำเมื่อตรวจพบหนองในโพรงจมูกแก้มจากการใช้กระจกสะท้อนดูหลังจมูก หรือการส่องกล้องหรือ การเอ็กซเรย์ ไซนัส การเจาะสามารถทำให้ได้โดยการฉีดยาชาและใช้เข็มเจาะเข้าไปในโพรงไซนัสและล้างเอาหนองออกด้วยน้ำเกลือ ใช้เวลาประมาณ 5-10     นาที จะทำให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
10. การใช้น้ำเกลือล้างจมูก เพื่อให้มูกที่เหนียวหลุดออกมาได้ผลน้อยกว่าการสั่งน้ำมูก และดื่มน้ำ  มากๆ เพราะจะล้างไดเยงด้านล่างของโพรงจมูกเท่านั้น เหมาะสำหรับเด็กที่ยังสั่งน้ำมูกไม่เป็นหรือหลังผ่าตัด
11.กรณีที่เป็นโรคภูมิแพ้ ต้องรักษาภูมิแพ้ร่วมด้วย จึงจะทำให้การรักษาไซนัสได้ผลดี

การป้องกัน
1.  พยายามอย่าคลุกคลีกับผู้ป่วยที่กำลังเป็นหวัด ไอ หรือจาม
2. ถ้าคุณเป็นหวัดเวลาไอ จาม ให้หาผ้าปิดปาก และจมูก เพื่อไม่ให้แพร่เชื้อหวัดไปยังผู้อื่น และ   ห้ามสูดน้ำมูก ( การสูดน้ำมูกจะเพิ่มโอกาสเป็นไซนัสอักเสบ และหูชั้นกลางอักเสบได้ )
3.เมื่อเป็นหวัด หรือไซนัสต้องรักษาให้ถูกต้องและใช้เวลานานพอเพียง
4.การสั่งน้ำมูก ให้สั่งทีละข้าง โดยบีบจมูกข้างหนึ่งแล้วสั่งอีกข้างไม่ควรสั่งแรงมากเกินไป
5.เมื่อเป็นหวัด ให้หลีกเลี่ยงน้ำแข็งและน้ำเย็น
6.หลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมตางหน้าหรือศีรษะนานๆ

จาก :: http://www.siamdara.com/ColumnGirl.asp?cid=720

----------------------------------

รู้สึกตอบแบบมึนๆ ไม่เข้าใจตรงไหนลองถามมานะงับ  :D